ในช่วงปี 2024 รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนการใช้เครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้แบบสันดาป โดยรถยนต์ EV จะใช้พลังจากไฟฟ้าแทนการใช้มันน้ำหรือพลังงานอื่นๆ โดยระบบรถไฟฟ้าจะเก็บพลังงานเอาไว้ในแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จได้ และแปลงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้ในการขับเคลื่อนรถ หลายคนก็เกิดความลังเลว่าจะเลือกเป็นรถไฟฟ้าดีหรือไม่ เราจึงได้รวบรวมข้อดี-ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้ามาบอกกันเลย
ข้อดีของรถไฟฟ้า
- ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้านั้นไม่มีเครื่องยนต์ จึงไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ อีกทั้งพลังงานไฟฟ้ายังมีราคาถูกกว่า และผันผวนน้อยกว่าราคาน้ำมัน จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเยอะเลย
- เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รถยนต์ไฟฟ้านั้นจะทำงานด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ทำให้ไม่มีการปล่อยไอเสียหรือก๊าซเรือนกระจกออกมาและไม่สร้างมลพิษ
- ลดมลพิษทางเสียง เนื่องจากกลไกในการขับเคลื่อนไม่ต้องใช้การจุดระเบิดเพื่อเผาไหม้ จึงทำให้ไม่มีเสียงเวลาขับ และการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้านั้น มีเสียงที่เงียบกว่าเครื่องยนต์มาก
- ประสิทธิภาพสูงกว่า รถยนต์ไฟฟ้าใช้มอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งมีแรงบิดมากกว่าโดยเริ่มตั้งแต่ออกตัว ทำให้อัตราเร่งดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน
- สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้จากที่บ้าน รถยนต์ไฟฟ้านั้น สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้จากที่บ้าน ซึ่งสามารถชาร์จได้ระหว่างที่นอนหลับ เมื่อถึงยามเช้ารถยนต์ไฟฟ้าก็จะอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จึงทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องการเสียเวลาที่สถานีบริการน้ำมันอีกต่อไป
ข้อเสียของรถไฟฟ้า
- ระยะขับขี่สั้น เนื่องจากระยะทางในการขับขี่จะขึ้นอยู่กับขนาดความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งอาจจะต้องมีการวางแผนการชาร์จระหว่างทาง สำหรับการขับขี่ในระยะไกล
- สถานีชาร์จไม่ครอบคลุมในหลาย ๆ พื้นที่ ดังนั้นหากมีการเดินทางระยะยาวหรือข้ามจังหวัดนั้น ควรจะต้องมีการวางแผนหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานีอัดประจุ เนื่องจากปัจจุบันสถานีอัดประจุในประเทศยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่
- ราคาสูง เนื่องจากใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิต ซึ่งมีต้นทุนในการผลิตที่สูง
- การบำรุงรักษา รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก อาจจะต้องใช้เวลาเพื่อให้บุคลากรทางสายยานยนต์เรียนรู้เรื่องการบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ
และนี่ก็เป็นข้อดี-ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้าที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ใครที่กำลังลังเลว่าจะเลือกซื้อรถไฟฟ้าหรือรถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงก็ลองเอาไปศึกษาเพิ่มเติมกันได้ และถ้าใครที่ซื้อมาแล้วอยากซื้อประกันภัยก็สามารถเข้าไปเปรียบเทียบประกันภัยได้ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้การซื้อประกันคุ้มค่ามากที่สุด
